วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

อาการหมดรักของผู้ชาย


             เชื่อว่าสาวๆหลายๆท่านอยากจะเช็คสถานะตัวเองกับแฟนของเราว่าเค้ายังรักเราหรือว่าหมดรักเราไปแล้ว ....วันนี้ brightandbelle blog มีอาการแสดงต่างๆที่บ่งบอกว่าเขาคนนั้นของคุณกำลังหมดรักคุณหรือเปล่ามาฝาก...........มาลองดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง




   สัญญาณเตือนที่ 1 เขาไม่ได้โทรศัพท์หาคุณ มาหลายวันแล้ว
ถ้าสำหรับคนที่ปกติโทรหากันทุกวัน และจู่ๆ เขาก็โทรหาน้อยลงๆ เรื่อยๆ หรือขาดการติดต่อไป เป็นเวลาหลายวัน นี่เป็นสัญญาณเตือนลำดับแรก ที่จะบอกให้คุณรู้ว่า เขาต้องมีอะไรผิดปกติไปจากเดิมแน่ๆ

   สัญญาณเตือนที่ 2 หาเรื่อง ชวนทะเลาะ
ถ้าจู่ๆ เขาเกิดไม่พอใจในเรื่องบางเรื่อง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ เขาสามารถยอมรับเรื่องเดียวกันนี้ได้ และหนำซ้ำยังหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นโต้เถียง สาดน้ำลายใส่คุณ นี่เป็นสัญญาณเตือน ว่าเขาไม่มีความสุขที่จะอยู่กับคุณแล้ว บางทีคุณอาจจะถามเขาตรงๆ ไปเลยก็ได้ว่า ที่ชวนทะละกันอย่างนี้ เพราะไม่ได้รู้สึกดีต่อกันเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม?

   สัญญาณเตือนที่ 3 เขากลายเป็นคน ที่มีเงื่อนงำมากขึ้น
อย่างเช่น เขาไม่บอกคุณเหมือนแต่ก่อน ว่าเขากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน ไปกับใคร หรือโทรศัพท์คุยกับใครบ้าง ต้องรอให้คุณถามเอง ถึงจะยอมบอก บางทีเขาเลิกงาน ในวันทำงานแล้ว ก็หายวับ ไปเป็นชั่วโมง ถึงจะติดต่อกลับมา โดยทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซักนิด

   สัญญาณเตือนที่ 4 เขาเลิกพูดไปเลย กับ คำว่า เรา แต่เปลี่ยนมาใช้ แต่คำว่า ผม แทน
คุณ เคยนั่งด้วย ด้วยกัน และวางแผนกันว่า เราจะไปเที่ยวด้วยกันนะ – เราจะทำอย่างนั้น อย่างนี้ ด้วยกันนะ แต่ตอนนี้ เขามาเปลี่ยนเป็นพูดว่า อืม.. ผมจะไปทำไอ้นั่นล่ะนะ พูดถึงแต่ตัวเอง ว่าอยากจะไปทำอะไรคนเดียว แสดงว่า เขาไม่รู้สึกดี ที่อยากจะให้คุณมาทำอะไรร่วมกันอีกแล้ว

   สัญญาณเตือนที่ 5 เขาไปเที่ยวกับเพื่อน มากกว่า ให้เวลากับคุณ
ถ้าแต่ก่อน คุณเป็นคนแรกที่สำคัญที่สุด ในชีวิตของเขา แต่เดี๋ยวนี้ กลายเป็นว่า คุณต้องทะเลาะกัน เพราะไม่ว่าเวลาไหน เขาก็มักจะไปเที่ยวกับเพื่อนตลอด ความรู้สึก รัก ที่เขามีให้คุณเริ่มลดน้อยลงแล้วล่ะ

   สัญญาณเตือนที่ 6 บรรยากาศเงียบเชียบ พูดกันน้อยลง
หากคุณเคยกัน ด้วยเรื่องราวอะไรต่อมิอะไรตั้งมากมาย เรื่องหมูหมากาไก่ เรื่องของคนข้างบ้าน ตลอดจนเรื่องละครหลังข่าว แต่เดี๋ยวนี้ กลายเป็นว่า เขาไม่มีความคิดเห็น ได้แต่ตอบเพียงว่า อืม ใช่  เหรอ จากที่เคยพูดกันเยอะๆ เขาก็แทบไม่อยากจะคุยกับคุณนานๆ

   สัญญาณเตือนที่ 7 เพื่อนๆ รอบตัวคุณ เริ่มถามคุณแล้วล่ะว่า ระหว่างคุณกับแฟน มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า
เพื่อนสนิทคุณ เริ่มสังเกตเห็นความห่างเหิน ระหว่างคุณกับแฟนของคุณ อย่างเห็นได้ชัด และต่างถามคุณด้วยความเป็นห่วงว่า คุณกับเขายังรักกันดี หรือเปล่าเนี่ย

   สัญญาณเตือนที่ 8 เขาวิจารณ์หรือตำหนิคุณ มากขึ้นกว่าเดิม
อย่างเช่น บอกคุณว่า คุณแต่งตัวไม่สวยเอาซะเลย (ทั้งๆ ที่ นี่มันชุดเดิมที่เขาเคยชมว่าสวยนี่หว่า) หรือตำหนิ คุณในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่เขาเคยชินกับมันมาตั้งนานแล้ว และไม่เคยว่าคุณมากก่อน

สัญญาณเตือนที่ 9 ไม่คิดถึงกัน สัญญาณนี้แน่นอนเลยค่ะ ไม่ใช่แค่การคิดถึงแบบว่าอยากจะเจอหน้าสุดที่รักตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ใช่การส่งข้อความหวานๆ พร่ำเพ้อละเมอหา หรือจะรายงานตัวตลอดทุกๆ ครึ่งชั่วโมง แต่เป็นการคิดถึงเรื่องราวความเป็นไปของอีกฝ่าย อย่างเช่น เดินผ่านร้านอาหารอร่อยๆ คิดอยากที่จะชวนคุณไปกิน เห็นรองเท้า กระเป๋าใบสวยคิดอยากจะซื้อไปฝาก เป็นห่วงเวลาที่ฝนตกกลัวอีกฝ่ายจะกลับบ้านลำบาก นี่คือการ “คิดถึง” ที่จะสอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของคนที่ยังรักกัน

สัญญาณเตือนที่ 10 ไม่อยากเจอ…ถ้าหากว่าในหนึ่งอาทิตย์ คุณและเขามีเหตุที่ทำให้ไม่ได้เจอกัน แต่ดันไม่มีใครรู้สึกทุกข์ร้อนอยากที่จะเจอกันอีกเสียด้วย ทำเหมือนว่า ถ้าหากใครสักคนหายไป ก็อีกหลายวันกว่าจะรู้สึกตัว

สัญญาณเตือนที่ 11 บทสนทนาจืดและฝืด ไม่มีเรื่องที่จะคุยกัน ถกเถียง ปรึกษาปัญหาต่างๆ เวลาที่เจอกัน อยู่ด้วยกัน คุณมักจะได้ยินเสียงความเงียบดังขึ้นมาผิดปกติ ความเงียบที่ไม่ใช่ความสงบ แต่กลับเป็นความหงอยเหงาจืดจาง หรือไม่ คุณก็ต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องอะไรสักอย่างขึ้นมาพูด เพื่อที่จะเติมช่องว่างอยู่เสมอๆ นี่แหละค่ะที่จะสร้างความเบื่อหน่ายในระยะยาว

สัญญาณเตือนที่ 12 ลืมวันสำคัญๆ ของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็น วันเกิด วันครบรอบต่างๆ หรือแม้กระทั่งวันวาเลนไทน์ ก็ไม่กระตุ้นเส้นประสาทส่วนไหนเอาซะเลย ยิ่งพอถึงวันปีใหม่ยิ่งทำให้เบื่อหน่าย อยากที่จะทำงานมากกว่าไปเที่ยวด้วยกันซะอีก ที่สำคัญ เมื่อพบว่าอีกฝ่ายก็ลืมวันสำคัญของเราเหมือนกัน แต่เรากลับไม่รู้สึกว่าเค้าทำอะไรผิด หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ เราก็ไม่ได้คาดหวังว่า เค้าจะจำวันสำคัญนี้ได้ด้วยซ้ำ
             เป็นยังไงบ้างคะ ตรงบ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็อย่าไปใส่ใจค่ะผู้หญิงอย่างเราสวยๆเริ่ดๆไว้เด่วก็มีคนดีๆเข้ามาใหม่ค่ะอย่าไปแคร์.....

ขอขอบคุณ พันทิปดอทคอม

 

วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

จุดไหน... ‘เร้าใจ’ ไวต่อความรู้สึก

จุดที่เสียวที่สุดของผู้หญิง

สวัสดีค่ะ วันนี้ brightandbelle blogได้รวบรวมเอาจุด ต่างๆ10 ตำแหน่งที่ถือว่าเป็นจุด อ่อน ของคุณผู้หญิง เท่าที่ได้มีการศึกษาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ จุดดังกล่าว ถ้าได้รับการกระตุ้น อย่างถูกวิธี ไม่ว่ารายไหนรายนั้นเป็นได้เรื่อง.......

10.บริเวณต้นขาด้านใน
ต้น ขาด้านในเป็นตำแหน่งที่มีปลายเส้นประสาทมาหล่อเลี้ยงมาก การได้รับการกระตุ้นอย่างแผ่วเบาไม่ว่าจากการ ลูบไล้ หรือ โลมเลีย สามารถจุดประกายอารมณ์ ของคุณผู้หญิง ให้เตลิดเปิดเปิงไปได้ ตำแหน่งนี้ อาจจะลดต่ำลงมาถึงบริเวณข้อพับเข่าด้านหลัง แต่อย่าลืมนะเนื่องจากตำแหน่งดังกล่าวไวต่อความรู้สึกมาก การหยิก จิกเนื้อเพียงเบาๆ อาจจะทำให้ เกิดอาการเจ็บได้อย่างมาก คุณผู้ชาย ที่กำลัง เมามันอย่าเผลอ ไปกัดเอาเนื้อบริเวณนี้เข้า ก็แล้วกัน



9.ข้อพับเข่า
พบ ว่า ตำแหน่งนี้เป็นอีกตำแหน่ง คุณผู้ชายอาจจะคาดไม่ถึง ตำแหน่งนี้ จะไวมากต่อการ สัมผัสกับลมเป่าหรือการแทะเล็มเบาๆจากริมฝีปาก รับรองคุณผู้ชายจะคาดไม่ถึง ถึงอาการและปฏิกิริยาตอบสนองจากฝ่ายหญิง ผมให้ลับตานึกภาพกันเอาเอง


8.แก้มก้น
แน่ นอนผู้หญิงส่วนใหญ่ ชอบที่จะให้ มีการนวดคลึงบีบเค้นบริเวณแก้มก้น ระหว่างมีบทรัก บ้างก็ชอบให้ใช้ความแผ่วเบา จากริมฝีปาก ของฝ่ายชายลูบไล้ ไปมา บ้าง ก็ชอบให้ใช้ส่วนอื่น..มาสัมผัส คุณคงจะเคยเห็น ในภาพยนตร์ฝรั่งอยู่บ่อยๆ ที่มีการ ฉายภาพ Close up เข้ามาที่มือของพระเอกในขณะที่ กำลังบีบเค้น แก้มก้น ของนางเอก ในฉากเต้นรำกลางงานเลี้ยงที่หรูหรา การบีบเค้น นัยว่า จะทำให้ฝ่ายหญิง รู้สึกเคลิ้มสบายและผ่อนคลายมากกว่า การจะปลุกสร้างอารมณ์ที่ตื่นเต้น แต่อย่างไรก็ตามจุดนี้ถือเป็น องค์ประกอบที่สำคัญในการที่จะสร้างความอุ่นใจ และ และพิสูจน์ความไว้ใจและมอบใจจากฝ่ายหญิง ให้ฝ่ายชายได้เป็นอย่างดีหากไม่มีการปัดป้องจากฝ่ายหญิง


7.ซอกต้นคอ
การ กระตุ้นด้วยลมหายใจ ร่วมกับ เสียงครวญเบาๆ ที่ตำแหน่งต้นคอ ไล่เรียงไปจากด้านข้างสู่ด้านหลัง ขณะที่มือคุณ ให้การสัมผัสที่ชายผมบริเวณท้ายทอย สามารถสร้างอารมณ์ตื่นเต้นและความต้องการ ขึ้นมาได้อย่างทันที ราวกับการจุดผลุอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดทะยานพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อย่าง ฉับพลัน


6.ใบหู
การ ใช้ริมฝีปาก ลิ้น กระตุ้นที่ใบหูอย่าง แผ่วเบา ร่วมกับ การ หายใจเป่าลมเข้าไปในรูหูอย่างเบาๆและต่อเนื่องสักระยะ หรืออาจจะเปลี่ยน เป็น เสียงกระซิบกระซาบ แบบอาศัยลมเป่าจากการกระซิบ ทำให้ผู้หญิง นักต่อนัก สะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ รายไหนรายนั้น เสียงกระซิบอย่างแผ่วๆ ต้องเป็นเนื้อหา ที่จะให้อารมณ์คล้อยไปด้วยนะ อย่ากระซิบเป็นอันขาดว่า ที่รักคุณน่าจะแคะขี้หูหน่อยนะ ผมเพียงแต่ยกตัวอย่างขึ้นมาให้เห็นเท่านั้นเองว่าเนื้อหา ของการกระซิบควรจะเป็นเนื้อหาที่สร้างอารมณ์มากกว่า การดับอารมณ์


5.เท้า
ผู้หญิง จำนวนไม่น้อยเลยชอบที่จะได้รับการ สัมผัส บีบนวดที่ เท้า เกาที่ ฝ่าเท้า ซอกนิ้วเท้า และ ข้อเท้า การ บีบเค้นนวดที่ส้นเท้า จะช่วยสร้างอารมณ์ อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ได้ผลชะงัด การกระตุ้น ที่บริเวณนี้ ผู้ชายบางคนอาจจะใช้ริมฝีปากจิก กัด ที่ปลายนิ้วเท้า ของผู้หญิง ระหว่างที่หญิงกำลังใช้จินตนาการในการ สร้างอารมณ์ หากคุณจะใช้ริมฝีปากประทับไปที่ฝ่าเท้า คุณต้องมั่นใจในความสะอาด เรื่องนี้ผู้ชายบางคนถึงกับ ต้องให้มีการชำระล้างอาบน้ำก่อนทุกครั้ง


4.ข้อมือ
ผู้ชาย หลายคน คงต้องตกใจ ถ้าผมบอกว่า ข้อมือ เป็นจุดเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ อีกแห่งที่ฝ่ายชายอย่าละเลย คุณไม่เชื่อ ลองครั้งต่อไป ของคุณลอง ประเล้าประโลม (Foreplay) ที่บริเวณข้อมือ ดูนะ ไม่ว่าจะจาก การ สัมผัส ลูบไล้ด้วยมือ หรือ ประทับ ด้วยริมฝีปาก กัดเบาๆด้วยริมฝีปากหรือฟัน หน้า ของคุณ รับรองว่า จะเห็นผลอย่างคาดไม่ถึง


3.ถันและยอดถัน
จุด นี้ คงไม่อยู่เหนือความคาดหมาย ทุกคนคงทราบดี ต่างกันที่วิธีการเท่านั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบและพึงพอใจ กับการถูกกระตุ้นที่ตำแหน่งนี้ ด้วยการการใช้ปาก ดูด (Sucking) เลีย(Licking) กัดเล็ม (Bitting) คุณผู้ชายอาจจะต้องเรียนรู้ในคู่ของตัวเอง ไปว่าพึงพอใจแบบใดมากที่สุด อย่าลืมอย่างนะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบความรุนแรงแบบตะกละตะกลาม กับอวัยวะส่วนนี้ของตน


2.อวัยวะเพศ ที่ คลิตอริส
ไม่ ว่าการใช้ปาก ลิ้น นิ้วมือ สามารถ ทำให้ เกิดความพึงพอใจถึงขีดสูงสุดได้ และยิ่งถ้าคุณได้เรียนรู้ถึงตำแหน่ง G-spot ของฝ่ายหญิงด้วย การกระตุ้นที่จุดนี้ นำไปถึงซึ่งความสุขแบบสุดยอด ได้เลย


และตำแหน่งที่จัดว่าเป็นอันดับหนึ่งคือ

1.ริมฝีปาก
คุณ ผู้ชายอาจจะต้องเรียนรู้ในการกระตุ้นที่จุดนี้ให้มากที่สุด การใช้ ริมฝีปาก ทั้งบนและล่าง ลิ้น ฟัน ประทับ จิก กัด ลิ้นไล้เลีย หรือแม้แต่การดูด เบาๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก numwan.com

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

รักษาสิวด้วยหัวหอม

      ทราบหรือไม่คะว่า หัวหอมที่ชอบทานกันนั้น  สามารถนำมารักษาสิวได้ วันนี้เรามีเกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาบอกกัน…
                         

     ในหัวหอมสดประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย (Vilatile Oil) ซึ่งประกอบด้วยไดอัลลิน ไตรซัลไฟต์ (Diallyn Trisulfide) เช่นเดียวกับที่พบในกระเทียม นอกจากนี้ยังมีฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ไกลโคไซด์ (Glycosides) เพคติน (Pectin) และกลูโคคินิน (Glucokinin) ซึ่งสารเหล่านี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรีย ลดไขมันเส้นเลือดอันเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ทำให้เจริญหาอาหารและช่วยย่อยอาหาร นอกจากนั้นยังพบอีกว่าในหัวหอมยังมีสารฟอสฟอรัสในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยให้ความจำดีอีกด้วย


      ประโยชน์ของหัวหอมนอกจากบำรุงร่างกายแล้วยังรักษาสิวได้อีกด้วย

วิธีทำ คือ ทุบหรือฝานหัวหอมแดงให้เป็นแว่นบาง ๆ ใช้ทาบริเวณที่เป็นสิว ฝ้า หรือ จุดด่างดำ ไม่กี่สัปดาห์ สิว ฝ้า หรือจุดด่างดำ ก็จะหายไป


ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้จ้าาา


                                                                                                  ขอขอบคุณ www.helthcornner.com


มาลดต้นแขนแบบง่ายๆกันเถอะ

         ในยุคที่สายเดี่ยวอาละวาดทั่วประเทศแบบนี้ นอกจากจะต้องมีหุ่นเพรียวลมแล้ว ต้นแขนก็ต้องเล็กชวนชมด้วย แต่ถ้าหากต้นแขนคุณใหญ่ก็ต้องเปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ จะได้ชวนดูขึ้นมาบ้าง วิธีการลดต้นแขน และไขมันบริเวณด้านข้างหน้าอก พร้อมกับบริเวณหลังนั้นมีทั้งหมดสามขึ้นตอน อาจจะดูลำบากเล็กน้อย แต่คุณต้องอดทน นึกภาพวันที่คุณมีหุ่นสลิมใส่สายเดี่ยวเข้าไว้ มาเริ่มกันเลย
     
          ซึ่งวันนี้เรามีวิธีง่ายๆโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ใดๆเราก็สามารถทำได้ตลอดเวลาค่ะ

   1. ยืนตรง ขาแยกจากกันเล็กน้อย ค่อยๆ ยกแขนขึ้นกางไปทางด้านข้าง เหยียดแขนให้ตึง และตรง กำมือไว้ให้แน่น แล้วหมุนแขนเป็นวงแคบๆ จะต้องหมุนเร็วๆ โดยเหวี่ยงไปทางด้านหลัง นับ 1 - 20 แล้วทิ้งแขนลงข้างลำตัว เพื่อพักสักนิด
   2.แล้วทำต่อสลับพักอีก 5 ชุด (ให้ได้ครบ 100 ครั้ง) การหมุน ให้หมุนทั้งแขนอย่าหมุนแค่ข้อมือ

                       ง่ายใช่มั้ยละคะ ท่านี้ งั้นอย่าลืมเอาลองไปทำกันดูนะคะ =^-^= 



                                                                                                         ขอขอบคุณ  คุณ pairwaka www.pantip.com

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

มารู้จักกับ....ชนิดของลิปสติก



………ลิปสติก มีมากมายหลายหลากหลายชนิด และมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป  วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับลิปสติกชนิดต่าง ๆ กัน…
ลิปคัลเลอร์ เนื้อ สีเข้มข้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากคล้ำ เพราะให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปากได้ดี ทำให้แมตต์ได้ด้วยการใช้กระดาษทิชชูซับเบา ๆ แล้วทาแป้งฝุ่นทับอีกครั้ง
ลิปบาล์ม ให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก ช่วยเกลี่ยร่องปากให้เต็มตึงและปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวี ใช้ทารองพื้นก่อนทาลิปคัลเลอร์
ลิปไชน์ ทาแล้วเห็นเนื้อปากได้เนียนสวย เพราะให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปากมากเป็นพิเศษ
ลิปไลเนอร์ เน้นขอบและเรียวปากให้ชัดเจนขึ้น ใช้หลังจากทาลิปสติกแล้ว เลือกใช้ให้สีใกล้เคียงกับลิปสติกได้ถึง 5 เฉดสี
ลิปกลอส เป็น ลิปชนิดเหลวเนื้อโปร่งแสง มีทั้งแบบเพิ่มประกายมุกและแบบธรรมดา ใช้แต้มกลางริมฝีปากช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลบร่องปากและทำให้ริมฝีปากอวบอิ่ม
ลิปชิมเมอร์ คือ ลิปเนื้อมุกที่ให้ความแวววาว เหมาะสำหรับวันที่คุณแต่งตาแบบแมตต์ จะทำให้ริมฝีปากดูละมุนอ่อนโยนขึ้น และให้ความแวววาวเพียงจุดเดียวบนใบหน้าเท่านั้น
ครีมมี่ คัลเลอร์ กลอส ใช้แทนลิปสติกได้ หากไม่มีเวลามากนัก





 ขอขอบคุณ บิ้วตี้เชปอัฟดอทคอม

วิธีการนวดจมูกให้โด่ง

            สวัสดีค่ะสาวๆวันนี้เรามีข่าวดีสำหรับสาวๆที่มีจมูกอยู่ไม่เยอะ......และไม่ต้องการไปเจ็บตัวกับการศัลยกรรมนะคะ วันนี้ิ brightandbelle มีวิธีการนวดจมูกให้โด่ง สวย โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอมาฝากค่าาา.....



ขอขอบคุณเจ้าของคลิปแสนสวยด้วยนะจ้ะ

เขาโสด...จริง?

8 ทริคโกหก ของผู้ชาย แอ๊บโสด



     สมัยนี้หนุ่มโสดแต่แอบซุกแฟนกำลังเพิ่มปริมาณอย่างเร็ว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าคนที่นั่งตาแป๋วอยู่ตรงหน้าคุณน่ะ โสดจริงหรือแค่แอ๊บว่าโสดกันแน่
   1. ขอนัดเอง พี่เกรงใจ
      เนื่อง จากแฟนๆ ในสต็อกมีอยู่ไม่ต่ำกว่าครึ่งโหล ขืนปล่อยให้สาวๆ เป็นคนนัดเวลาเอง ดีไม่ดีรถไฟอาจจะมาวิ่งประสานงากันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วใครล่ะที่จะเป็นคนเจ็บตัว .. หนุ่มๆ เขาก็เลยต้องขอเป็นคนบริหารตารางเวลาเองทุกนัด จะได้แบ่งภาคได้ถูกว่าเวลาไหนร่างกายหล่อล่ำกำยำนี้ควรจะเป็นของใคร และตอนไหนที่จะต้องเว้นจังหวะเอาไว้หายใจกับแฟนตัวจริง สาวๆ ที่นัดเมื่อไรหวานใจทำอ้ำอึ้งขอเช็คเวลาว่างก่อนทุกที ควรจะระแวงไว้บ้างนะว่าอาจจะเจอสตรอเบอร์รี่ในร่างมนุษย์ (เพศชาย) เข้าให้แล้ว
หนทางจับพิรุธ : โผล่ไปเซอร์ไพรส์ไม่ให้เขาตั้งตัวดูซิ .. ไม่ว่างเพราะทำงานจริงหรือเปล่ายะ

   2. ไม่มีแฟนในที่เดียวกัน
       ผู้ชาย สายพันธุ์แอ๊บไม่นิยมสะสมกิ๊กไว้ในละแวกเดียวกัน เช่ในบริษัทเดียวกันหรือหมู่บ้านเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผลประโยชน์ทับซ้อน สาวใสซื่อที่ไม่ทันเกมอาจจะหลงมองโลกในแง่ดีว่าเขาช่างเป็นผู้ชายรักเดียวใจ เดียวไม่เกี่ยวกิ๊ก แต่หารู้ไม่ว่าหนุ่มเจ้าเล่ห์เขาจัดโซนมาเรียบร้อยแล้วเขตกรุงเทพ จะมีกี่คน เขตปริมณฑลควรซุกไว้กี่คน กิ๊กแต่ละนางถึงจะไม่เพ่นพ่านออกมาชนกัน เพราะของแบบนี้ขืนควงเรี่ยราดไม่ดูทำเลให้ดีมีสิทธิ์งานเข้าได้ง่ายๆ แล้วร่างกับวิญญาณของเขาก็คงไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไป …

   3. ไม่ชอบพกรูปไว้ในกระเป๋าสตางค์
     กระเป๋า สตางค์เป็นอุปกรณ์เบื้องต้นที่จะต้องถูกตรวจค้นเป็นด่านแรกแล้วเรื่องอะไร ชายแอ๊บโสดเขาจะใส่รูปคู่ของเขากับคุณเอาไว้ให้กิ๊กนางอื่นของขึ้นล่ะ และเพื่อความไม่ประมาท ไม่ให้เกิดกรณีใส่รูปแล้วลืมเอาออก ก็เลยตัดปัญหาด้วยการไม่เก็บรูปใครไว้ในกระเป๋าเลย

   4. เหลียวหน้าเหลียวหลังเวลาเดิน
      อาการ นี้ จะมาทันทีที่เขาพาคุณไปเดินตามสถานที่ที่คนอื่นเขาชอบไปกัน เพราะยิ่งสถานที่ป๊อปเท่าไร เปอร์เซ็นต์เสี่ยงที่รถไฟจะชนกันก็มีมากเท่านั้น สังเกตได้ง่ายๆ ว่าพี่แกจะมีท่าทางล่อกแล่ก ก้มหน้าก้มตาและคอยมองรอบตัวตลอดเวลา ราวกับเป็นลูกหนี้กำลังชิ่งหนีเจ้าหนี้ทวงเงิน นอกจากนี้เขาจะไม่ค่อยคุยและจะพยายามเร่งให้คุณเดินเร็วๆ หรือพาหลบเข้าไปในร้านใดร้านหนึ่ง เพื่อให้มีผนังช่วยบังเขาไว้จากสายตาของโลกภายนอก
หนทางจับพิรุธ : พยายาม ชวนเขาไปเดินตามแหล่งช้อปปิ้งที่ผู้หญิงชอบไป และเดินให้นาน ถ้าเขาพาคุณเข้าร้านอาหารก็ให้เลือกนั่งโต๊ะติดกระจก เขาจะเป็นวัวสันหลังหวะหรือเปล่า เดี๋ยวก็รู้ …

   5. เลื่อนนัดเป็นประจำ
      ใน เมื่อ ร่างกาย หัวใจ และเวลาของพี่เขามีคนรอรุมทึ้งประหนึ่งเป็นสวนสาธารณะ การที่แฟนคนหนึ่งจะนัดซ้อนกับอีกคนจึงเป็นเรื่องธรรมด๊า ..ธรรมดา และเมื่อมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น คนที่สวยน้อยกว่าหรือเก่ากว่าก็จะต้องถูกเลื่อนนัดเพื่อให้คนใหม่ใสกิ๊งได้ เวลาไปก่อน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ถูกเลื่อนนัดเป็นประจำก็ให้เข้าใจสัจธรรมโลกไว้เถอะว่า พะโล้หม้อเก่าย่อมไม่เร้าใจเท่าหมูตุ๋นหม้อไฟ แต่ไม่ต้องเสียใจ อีกไม่นานยายหมูที่ถูกตุ๋นจนเปื่อยนางนั้นก็จะต้องกลายเป็นของเก่า แล้วก็ต้องถูกเลื่อนนัดเพื่อเอาเวลาไปประเคนคนใหม่เหมือนกับคุณนี่ล่ะ
หนทางจับพิรุธ : อย่า ยอมให้เขาเลื่อนนัด ถ้าคุณไม่ยอมจริงๆ เขาจะมาหาคุณก่อน แต่นั่งแค่แป๊ปๆ ก็จะขอตัวชิ่งไปหาสาวอื่น ถ้าคุณแกล้งยื้อไว้ พี่แกจะมีอาการกระสับกระส่ายคล้ายจะเป็นบ้า นั่นล่ะชัวร์ .. แต่ถ้าอยากจะรู้แจ้งเห็นจริงยิ่งกว่านั้น ควรจะแอบตามไปห่างๆ แล้วคุณก็จะได้เห็นเอง 

   6. นิยมส่งเมสเสจมากกว่าคุยโทรศัพท์
      เพราะ การส่งเมสเสจมันไม่มีเสียง เขาจึงสามารถติดต่อกับชู้ เอ้ย! กิ๊กได้ตลอดเวลา จะทำที่ไหนเมื่อไรก็ไม่มีขาเม้าท์ที่ไหนมาได้ยิน ขนาดว่านั่งพิมพ์ต่อหน้าคุณก็ยังไหว แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์ แค่รับมาแล้วขึ้นต้นประโยคด้วยเสียงแบบโดนัทเคลือบน้ำตาลว่า “ว่าไงจ๊ะ” หัวกับตัวก็คงพรากจากกันด้วยน้ำมือคุณไปเรียบร้อย
     หนทางจับพิรุธ : หนุ่มลูกผสมระหว่าคนกับค้างคาวที่รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง จะรีบลบเมสเสจทิ้งทันที่อ่านเสร็จ โอกาสถูกจับได้ขอบอกว่า ยาก!

   7. กินข้าวไม่หมดจาน ถึงหัวใจเขาจะเปิด รับพนักงานสาวๆ ได้ไม่จำกัด แต่กระเพาะเขามันไม่ได้มีเนื้อที่มโหฬารปานเขาตะเกียบไปด้วย หนุ่มแอ๊บโสดทั้งหลายก็เลยมักจะเป็นคนกินน้อยผิดวิสัยสามัญมนุษย์เพราะหลาย ครั้งที่กินกับคุณแล้ว อีกชั่วโมงก็ต้องไปกินกับสาวอื่นต่อ อย่าแปลกใจเลยว่าทำไมชายเจ้าชู้มักลงพุง มันเป็นผลกรรมที่ติดจรวดมาจากการหลอกสาวๆ นั่นล่ะ
    8. เปิดมือถือระบบสั่น
      เพราะ การที่มือถือดังแล้วไม่รับ มันเป็นการประกาศให้โลก(และคุณ) รู้ทันทีว่าคนที่โทร.มาต้องเป็นคนที่เขาไม่กล้าเปิดเผยให้ประชาชนรู้ว่า กำลังคบกันอยู่ แต่ไอ้ครั้นจะไปห้ามไม่ให้ยายกิ๊กโทร.มาตอนกำลังหวานแหววกับคุณก็คงเป็นไป ไม่ได้ การเปลี่ยนมือถือให้เป็นระบบสั่นจึงเป็นคำตอบสุดท้ายในการเอาชีวิตรอดของ หนุ่มแอ๊บทั้งหลาย เพื่อไม่ให้คุณรู้ว่าขณะนี้กำลังมีการแบ่งเค้กกันซึ่งหน้าแล้ว จากนั้นเขาก็ค่อยหลบไปโทร.กลับหาสาวนางนั้นอีกที พร้อมข้อแก้ตัวที่น่าเชื่อที่สุดในโลก

วิตามินซีกับผิวหน้า

วิตามินซีกับผิวหน้า   
                                                            
       ในปัจจุบันนี้วิตามินซีกลายมาเป็นที่นิยมเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกันมากมาย ในหลายๆประเทศทั่วโลกโดยเริ่มต้นจากในปี ค.1992 Dr. Sheldon Pinnell ได้เผยแพร่ผลงานวิจัยของเค้าที่ค้นพบว่า vitamin-C form of L-ascorbic acid นั้นมีผลช่วยลดการทำลายจากแสงแดดที่มีต่อผิวหนัง เป็นผลให้มีการพิสูจน์ประโยชน์ด้านอื่นๆของวิตามินซีที่มีต่อผิวพรรณภายใน ระยะเวลาต่อมา ดังนั้นในปัจจุบันนี้ ในวงการเครื่องสำอางโลก วิตามินซีถือได้ว่า เป็น ดาวดวงใหม่ สำหรับ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า

ประโยชน์ทั่วๆไปของวิตามินซี
  • เป็นตัวสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นเส้นใยทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทั้งยังเป็นตัวสร้างกระดูก ฟัน เหงือก และเส้นเลือด
  • ช่วยให้แผลสดและแผลไฟไหม้หายเร็วขึ้น
  • ช่วยให้การดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างเม็ดเลือดทางอ้อม
  • ช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ (Mutation)
  • ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนอนหลับตายในกรณีเด็กอ่อน (SIDS: Sudden Infant Death Syndrome)
  • ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
  • ช่วยคลายเครียด
  • การฉีดด้วยวิตามินซีปริมาณสูง อาจช่วยหยุดยั้งโรคมะเร็งได้ โดยวิตามินอาจเข้าทำปฏิกิริยาทางเคมีในเซลล์ มะเร็ง ให้กลายเป็นกรดขึ้น ทำให้เนื้อร้ายชะงักและน้ำหนักลดไปได้
ประโยชน์ของเซรั่มวิตามินซีที่มีผลต่อผิวหน้า (Serums with Vitamin C)
     เซรั่มวิตามินซี Vitamin C ช่วยในขบวนการสร้าง Collagen ช่วยให้ผิวเต่งตึง นอกจากนี้ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย แต่งตึง  และยับยั้งการสร้างเม็ดสี  ช่วยลดรอยกระ แผลเป็น ต่างๆ ช่วยให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ  ที่ สำคัญยังปกป้องผิวจากการทำลายของสภาวะมลพิษต่างๆ จากแสงแดดและสิ่งแวดล้อม แต่วิตามินซีที่เรานำมาใช้ให้ได้ผลกับผิวหน้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น ต้องผ่านขบวนการผลิตโดยนักวิทยาศาสตร์ และวิตามินซีที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดกับผิวหน้าอย่างเต็มที่ได้ผลจริงๆจะ ต้องเป็นวิตามินซีที่ไม่เสื่อมสภาพ หรือผ่านการผสมแล้วมาเป็นระยะเวลานาน
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : www.pruksapun.com
ผู้ลงบทความ : www.pruksapun.com

แฉหมดเปลือก กระเทาะวงการเลเซอร์หน้า

ตอนนี้ใครๆก็ทำเลเซอร์หน้าใสเพราะมันให้ผลทันตา ดารา ใครๆก็ทำใช่ไหมคะสาวๆ แต่อยากจะห้ลองอ่านบทความนี้สักนิ๊ดนึึง .....เพราะเหรียญย่อมมี2ด้าน ดังนั้นโปรดพิจาณาดีๆก่อนทำค่ะ 
 
แฉหมดเปลือก กระเทาะวงการเลเซอร์หน้า
1.    ผิวหน้าไวต่อแดด แพ้ง่าย เป็นแผลง่าย
2.    ผิวหน้าระคายเคืองต่อเครื่องสำอางง่าย
3.    ผิวหน้าแห้ง เป็นขุยง่าย
4.    ผิวหน้าเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำได้ง่ายขึ้น
5.    ต้องใช้ครีมของหมออย่างเดียว ซึ่งราคาสูงและเป็นการผูกมัดเกินไป
6.    ค่าใช้จ่ายแพง
7.    พอไม่ทำ…ก็หน้าคล้ำเหมือนเดิม
8.    ตอนทำ เจ็บหน้า
9.    มีรอยแผลเป็นรอยตาข่ายจากการลอกของผิวหนังหลังจากทำเลเซอร์
10.ไม่กล้าให้คนอื่นเห็นหน้า ไม่กล้าเข้าสังคม

                                                                                                                       ขอขอบคุณ ข้อมูลดีๆจาก www.pruksapun.com
 

ซื้อสลากธกสหรือสลากออมสินดี

             ผู้หญิง หลายคนคงจะเคยเจอปัญหามีเงินเก็บอยู่ ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดีฝากธนาคารก็ดอกเบี้ยนิดเดียว ฝากประจำก็โดนภาษีอีก เล่นกองทุนหรือหุ้นก็เสี่ยงขาดทุน เอางี้ดีไหมวันนี้เราจะมาแนะนำ สลากออมสิน และสลากธกส ที่จ่ายดอกเบี้ยแน่ๆแถมไปม่กินเงินต้น และถ้าถูกรางวัลใหญ่ขึ้นมา รวยยยยไปเลย ...


          แล้วเราจะเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่างสลากออมสิน หรือธกส วันนี้เรามีมาแนะนำดังนี้ค่ะ (ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ สระแก้ว www.pantip.com)

    หากท่านมีเงิน 500,000 บาท จะเลือกซื้อสลากออมสินหรือสลากทวีสินของ ธกส. ?
          1.ถ้าซื้อสลากออมสิน(หน่วยละ 50 บาท)จะซื้อได้ 10,000หน่วย จะถูกรางวัลเลขท้าย 4 ตัวทุกเดือนๆละ 300 บาท รวม 36 เดือน เป็นเงิน 10,800 บาท และเมื่อครบ 3 ปี ถอนเงินคืนได้หน่วยละ 53.50 บาท เป็นเงิน 535,000 บาท รวมได้เงินคืน 545,800 บาท หากคิดผลตอบแทนหยาบๆ(ไม่คิดดอกเบี้ยทบต้น และรางวัลอื่นที่อาจจะถูกเพิ่ม) จะได้ผลตอบแทน = 45,800/500,000*100=9.16 %(ต่อเวลา 3ปี) เท่ากับ 3.05 % ต่อปีโดยไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเหมือนฝากประจำ
      2.ถ้าซื้อสลากทวีสินของ ธกส.(หน่วยละ 500 บาท)จะซื้อได้ 1,000หน่วย จะถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัวทุกเดือนๆละ 400 บาท รวม 36 เดือน เป็นเงิน 14,400 บาท และเมื่อครบ 3 ปี ถอนเงินคืนได้หน่วยละ 522.50 บาท เป็นเงิน 522,500 บาท รวมได้เงินคืน 536,900 บาท หากคิดผลตอบแทนหยาบๆ(ไม่คิดดอกเบี้ยทบต้น และรางวัลอื่นที่อาจจะถูกเพิ่ม) จะได้ผลตอบแทน = 36,900/500,000*100=7.38 %(ต่อเวลา 3ปี) เท่ากับ 2.46 % ต่อปีโดยไม่ต้องเสียภาษีดอกเบี้ยเหมือนฝากประจำ 

         ** จะเห็นได้ว่า สลากออมสินจะได้ผลตอบแทนมากกว่าสลากทวีสินของ ธกส.เป็นเงิน 8,900 บาท

        ***แต่ เมื่อพิจารณาการออกรางวัลในแต่ละงวด และความยากง่ายในการลุ้นรางวัลที่ 1 จะพบว่า

        1. สลากออมสิน มีรางวัลให้ตรวจในแต่ละงวดจำนวน 28 รางวัล รางวัลที่ 1 มี 3 รางวัลๆละ 10ล้านบาท

        2. สลากทวีสินของ ธกส. มีรางวัลให้ตรวจในแต่ละงวดจำนวน 136 รางวัล รางวัลที่ 1 มี 1 รางวัลๆละ 20ล้านบาท

        ***ความยากง่ายในการถูกรางวัลที่ 1
     สมมติว่า ท่านผู้อ่านมีสลากออมสิน หมายเลข ก 2428590 เป็นสลากที่จำหน่ายงวดที่ 53 ขณะเดียวกันก็มีสลากทวีสินของ ธกส. หมายเลข LD 9876543

    1. ถ้าผลการออกรางวัลสลากออมสินปรากฏว่ารางวัลที่ 1 ได้แก่ สลาก หมายเลข ก 2428590 สลากงวดที่ 45 จะถือท่านพลาดรางวัลที่ 1 เพราะ ถึงแม้อักษรกำกับและหมายเลขตรงกับรางวัลที่ 1 แต่งวดที่ท่านซื้อไม่ตรงกับงวดที่ 45 แต่ท่านจะได้รางวัลปลอบใจ 10,000 บาท ตอบแทน

    2. ในอีกด้านหนึ่งถ้าผลการออกรางวัลสลากทวีสินปรากฏว่ารางวัลที่ 1 ได้แก่ สลาก หมายเลข KL 9876543 จะถือว่าท่านพลาดรางวัลที่ 1 เพราะ ถึงแม้หมายเลขตรงกับรางวัลที่ 1 แต่อักษรกำกับไม่ตรงกับรางวัลที่ออก แต่ท่านจะได้รางวัลปลอบใจ 500,000 บาท ตอบแทน

      จะเห็นได้ว่า รางวัลที่ 1 ของสลากออมสินมีโอกาสถูกยากกว่า สลากทวีสิน เพราะต้องถูกตรงกับรางวัล ที่ออก 3 อย่างพร้อมกัน คือ งวดที่ออก อักษรกำกับ และหมายเลข แต่สลากทวีสินถูกเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ อักษรกำกับ และหมายเลข เท่านั้น

      ลองนำไปพิจารณาเอาเองนะคะ